Fashion HYP Signature Men Talk

“8 เดรสโค้ดสำหรับผู้ชาย รับมืองานแต่งงานสากลทุกแบบบนโลกใบนี้ (ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะครับ)

single image

การมีเดรสโค้ดสำหรับงานแต่งงานดูเหมือนว่าจะเป็นไอเดียที่ดี เพราะการมีเดรสโค้ดสนุกๆนั้นสามารถมอบความสนุกให้กับแขกสนิทมิตรสหายของเจ้าภาพได้มีโอกาสสนุกกับการแต่งตัว จริงเหรอ?

อืม ก็อาจจะใช่ มันทำให้แขกสนุกได้..
จนกระทั่งวันที่คุณได้เป็นแขกรับเชิญในงานแต่งที่ให้แต่งตัวตามเดรสโค้ดแบบ “Desert chic” แล้วสับสนเกาหัวเพราะไม่รู้เลยจริงๆว่า “แล้วกูควรจะใส่อะไรดีวะ” นั่นแหละครับ

และนี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากจะทำให้ความความสับสนพวกนี้หมดไป โดยได้รวบรวมเอาเดรสโค้ดสากลที่พบมากที่สุด(ที่ไม่ใช่เดรสโค้ดประหลาด)ตั้งแต่ Casual ไปจนถึง White tie

และยังได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาททางสังคมที่ไม่ประสงค์จะออกนามอีกมากมายเพื่อนิยามและทำความเข้าใจแต่ละเดรสโค้ดอย่างแท้จริงว่ามันหมายถึงการแต่งตัวอย่างไรกันแน่

เราอยากให้คุณอ่านมัน เรียนรู้มัน แชร์เก็บไว้และเอามันไปใช้มันในชีวิตจริงได้อย่างโดดเด่นและเฉียบคม

พร้อมแล้ว ไปครับ!

Dress Code: Casual

1. Dress Code: Casual
ระดับของความเป็นทางการ : ค่อนข้างกลางถึงต่ำ

คำนิยาม : Casual การแต่งตัวแบบ “ลำลอง” ในงานแต่งงานนั้นไม่ใช่แบบเดียวกันกับการแต่งตัวแบบลำลองในชีวิตประจำวันของคุณ อย่าใส่กางเกงขาสั้นลากแตะไปงานแต่งงานเด็ดขาด อุบาทว์ไปหน่อย

ชุดสูท : คุณสามารถแต่งตัวด้วยชุดที่สบายๆได้แต่จะต้องดูสุภาพมากเหมือนกัน เพราะยังไงก็ตามคุณยังอยู่ในงานแต่งงาน คุณอาจใส่กางเกงยีนส์สีเข้มที่ดูเข้ารูปได้ (แต่ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ สีหมองๆคล้ำๆ) คู่กับเสื้อเชิ้ตลำลองซักตัว หรือคุณอาจเลือกใส่กางเกงสีกากีคู่กับเสื้อยืด เสื้อโปโล ทับด้วยเสื้อหรือสูทคลุม ปักพ็อคเกตสแควร์ซักหน่อยก็ได้ มีช้อยส์ให้คุณเลือกได้เยอะมากสำหรับชุดนี้แต่คุณแค่ต้องทำให้ลุคที่ออกมาดูเข้ากันเท่านั้นเอง

แอคเซสเซอรี่ : รองเท้าสำหรับชุดนี้ควรเลือกคู่ที่ดูสุภาพ คุณสามารถใส่รองเท้าผ้าใบสนีคเกอร์คู่โปรดของคุณได้(แต่ต้องสะอาด) หรือคุณอยากจะเลือกใส่ loafer ดีๆซักคู่ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ห้ามใส่รองเท้าผ้าใบสำหรับวิ่งหรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงความไม่สุภาพเท่านั้นเอง

Dress Code: Dressy Casual

2. Dress Code: Dressy Casual
ระดับของความเป็นทางการ : ปานกลาง

คำนิยาม : “Dressy” เป็นตัวบ่งบอกว่าคุณสามารถเล่นสีจัดๆ สนุกๆ แต่ไม่สามารถใส่กางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบสนีคเกอร์ได้ แม้ว่ากางเกงขาสั้นหรือรองเท้าผ้าใบของคุณนั้นจะดูโก้หรือแพงแค่ไหนก็ตาม

ชุดสูท : จริงๆแล้วชุดของคุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นสูทก็ได้ คุณควรใส่กางเกงขายาวหรือกางเกงผ้าชิโน่ดีๆซักตัวก็ได้ ในส่วนของเสื้อ คุณควรใส่เสื้อคอกลมกับเสื้อคลุม หรือจะเป็นแค่เชิ้ตแบบลำลอง (button-down) ก็ได้ แต่ถ้าอยากได้แบบโก้ๆ การใส่แจ็คเกตหรือแพทเทิร์นสูท(patterned suit) นั้นโดยรวมถือเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุด

เครื่องประดับเสริม : เนคไทไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นหรือข้อบังคับของการแต่งตัวชุดนี้ ควรที่จะระมัดระวังการเลือกรองเท้าด้วย คุณอาจมองว่า “รองเท้าผ้าใบสนีคเกอร์สุดโก้” ถือเป็นคู่ที่เพอร์เฟคสำหรับชุดนี้ แต่มันอาจไม่ใช่สำหรับงานแต่งงาน

3. Dress Code: Beach Formal

3. Dress Code: Beach Formal
ระดับของความเป็นทางการ : สูงในระดับปานกลาง

คำนิยาม : หากคุณเห็นคำว่า “formal” ในเดรสโค้ด มันหมายความว่าคุณต้องใส่สูทและผูกเนคไทเสมอ แต่ทะเลบ้านเราคงไม่เหมาะ

ชุดสูท : จำไว้เสมอว่ายิ่งสูทสีเข้มน้อยเท่าไหร่ยิ่งมีความเป็นทางการสำหรับ beach wedding ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คู่รักคนรุ่นใหม่ ซึ่งมักจะจัดในช่วงเดือนที่มีอากาศชิวๆ คุณสามารถเล่นกับมันได้อย่างเช่นการเลือกใส่ชุดสูทสีสว่างโทนฤดูร้อน หรือการเลือกใส่ผ้าลินินไปงานแต่งงานริมทะเลก็นับว่าเพอร์เฟค

แอคเซสเซอรี่  : คุณควรใส่เนคไทหรือพ็อคเก็ตสแควร์ประดับไว้ที่กระเป๋าเสื้อ ในส่วนของรองเท้า อย่าลืมว่าคุณอาจต้องเดินบนทรายหรือโดนน้ำ แต่แน่นอนว่าไม่มีข้อยกเว้นใดๆที่จะให้คุณสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าอื่นๆไปได้นอกจากรองเท้าที่ใช้สำหรับงานทางการเท่านั้น นอกจากนี้การใส่ถุงเท้าแบบซ่อนในรองเท้าหรือ sockless ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่เพิ่มความ beach มาในที่นี้อีกด้วย

4. Dress Code: Cocktail

4. Dress Code: Cocktail
ระดับของความเป็นทางการ : สูงในระดับปานกลาง

คำนิยาม : เดรสโค้ด Cocktail ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมช่องว่างตรงกลางระหว่างชุดลำลองในตอนกลางวันและชุดทางการในตอนกลางคืน ดังนั้นให้คุณใส่สูท แต่คุณก็สามารถทำให้มันสนุกได้แบบมีสีสัน แต่สำหรับเทรนด์ในตอนนี้ งาน cocktail หมายถึงสีดำเท่ๆ ครับ

ชุดสูท : สูทของคุณจะมีความสบายๆกึ่งทางการ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องแต่งกายได้ เช่น แมทช์กางเกงสุภาพเข้ากับเสื้อคลุมสีที่แตกต่างกันกับกางเกง การเลือกสีกางเกงก็สามารถทำให้มันสนุกได้แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่จัดงานนั้นด้วย แต่พึงระวังว่าอย่าเลือกกางเกงสีสว่าง เพราะโดยทั่วไปแล้ว จำไว้เสมอว่างานเลี้ยงค็อกเทลหมายถึงสีที่เข้มขึ้น ส่วนที่ค็อกเทลแตกต่างจากชุดอื่นๆ คือการที่คุณยังต้องใส่เสื้อเชิ้ตแบบที่มีปกอยู่

แอคเซสเซอรี่: คุณไม่จำเป็นต้องผูกไทก็ได้ แต่ไทจะทำให้คนพบเห็นรู้ว่าคุณให้เกียรติเจ้าภาพและใส่ใจ หรืออาจจะเสื้อแจ็คเกตเบลเซอร์ประดับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กไว้ที่กระเป๋า(pocket square) ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แน่นอนว่าคุณสามารถเล่นกับสีได้ ทั้งในส่วนของสีชุด หรือ สีเครื่องประดับเสริม (แต่จำไว้ว่าอย่าใช้สีสว่าง) สำหรับรองเท้านั้นคุณสามารถใส่รองเท้าที่มีเชือกหรือจะเป็น loafer ที่ดูสุภาพก็ได้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าผ้าใบสนีคเกอร์ แม้แต่รองเท้าผ้าใบคู่ที่โก้มากๆก็ยังถือว่ามีความลำลองมากเกินไปสำหรับการแต่งตัวแบบ Cocktail

5. Dress Code: Semiformal

5. Dress Code: Semiformal
ระดับของความเป็นทางการ : สูงในระดับปานกลาง

คำนิยาม : อย่าใส่ทักซิโด้ แต่ให้ใส่สูทและเนคไท

ชุดสูท : ค่อนข้างขึ้นอยู่กับสถานที่และช่วงฤดูกาลของปี หากเป็นแบบ Semiformal ในช่วงฤดูที่มีอากาศเย็นหรืองานจัดในโรงแรมแอร์เย็น ก็มักจะใส่สูทสีที่เข้มขึ้นและมีผ้าที่หนาขึ้น ถ้าเป็นช่วงของฤดูร้อน และจัดงานข้างนอกสถานที่ก็มักจะไม่ค่อยมีใครใส่สูทสีดำ แต่นิยมเป็นสีเทาอ่อนหรือสีเบจมากกว่า แต่ยังไงก็ตามชุดสูทที่ใส่ควรจะแมทช์และคุณควรที่จะสวมเสื้อเชิ้ตคอปก

แอคเซสเซอรี่ : คุณควรจะผูกเนคไทในงานนี้ แต่หากคุณเป็นคนไม่ชอบผูกไท (แม้ว่าจริงๆแล้วคุณไม่ควรจะเป็น) อย่างน้อยคุณก็ควรเลือกใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก(pocket square) ประดับไว้ที่กระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเพิ่มความเป็นทางการให้กับสูท นอกจากนี้คุณจะต้องแน่ใจว่าเข็มขัดของคุณสีแมทช์เข้ากันกับรองเท้าที่คุณใส่ด้วย อย่างไรก็ตามถ้ากางเกงสูทของคุณเริ่มคับแนะนำว่าไม่ต้องใส่เข็มขัดดีกว่าครับ

6. Dress Code: Black Tie

6. Dress Code: Black Tie
ระดับของความเป็นทางการ :สูง

คำนิยาม : Black tie หมายถึงชุดทักซิโด้

ชุดสูท : การเลือกสูทที่มีปกคอวีเป็นสีดำนั้นนับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่มีทางพัง แต่ถ้าอยากให้มีสีสันก็สามารถใส่เข้าไปได้เล็กน้อยแต่อย่าให้ถึงกับฉูดฉาด อาจจะเลือกใช้เป็นผ้าพันคอพาดหลวมๆ แทน (เช่น ตอนอยู่บนพรมแดง) หรืออยู่นอกสถานที่ (เช่น ในพิธีการแต่งงานแบบสากล) แต่จำไว้นิดนึงว่า ถ้าประเมินแล้วว่างานแต่งนี้ไม่น่าจะมีคนในทักซ์’ อย่าใส่ไปละกัน เดี๋ยวจะโดนแขกเรียกสั่งเหล้าไม่รู้ตัว

แอคเซสเซอรี่: Black tie นั้นโดยทั่วไปแล้วคือสูททักซิโด้คู่กับโบว์ไทหรือหูกระต่ายสีดำ แต่ก็มีบางคนที่เลือกใช้เนคไทแบบตรง (ซึ่งเราไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง) เสื้อเชิ้ตของคุณควรมี French cuffs หรือปลายแขนเสื้อที่ไม่มีกระดุม ซึ่งคุณสามารถใส่ Cufflinks ที่ปลายแขนเสื้อได้เช่นกัน เว้นแต่ว่าคุณจะแต่งทักซ์’แนวโมเดิร์นและเลือกใช้เสื้อเชิ้ตแบบไม่โชว์กระดุม (covered placket) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม คุณสามารถเลือกใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ทำจากผ้าไหม (pocket square) ประดับไว้ที่กระเป๋าเสื้อสูท (สีขาวเท่านั้น), พร้อมกับเสื้อกั๊ก (vest) หรือ ผ้าคาดเอวซาติน (cummerbund) ก็ยังได้ สำหรับรองเท้า ควรจะเป็นสีดำและมันเงาทรง velvet loafers หรือ satin loafers ก็เข้ากับเดรสโค้ด black tie แต่งสไตล์ไหนด้านบนก็ได้แต่ต้องคู่กับถุงเท้าสีดำเท่านั้น

ึ7.Black Tie Optional (ทางเลือกของทักซิโด้)

7. Black Tie Optional (ทางเลือกของทักซิโด้)
ระดับของความเป็นทางการ : ก็ยังถือว่าสูงอยู่แต่จะดูสนุกขึ้นมาหน่อย

คำนิยาม : คุณสามารถเลือกระหว่างการแต่งตัวแบบ Black tie หรือ การแต่งชุดสูทอื่นๆก็ได้เมื่อเห็นcodeนี้ แต่ต้องเลือกสูทที่มีความสุภาพและทางการมากเท่าที่จะเป็นไปได้

ชุดสูท : ถ้าคุณเลือกใส่สูททักซิโด้ในเลเวลของ Black tie สามารถแต่งตามกฏของเดรสโค้ดแบบ Black tie ได้เลย แต่ถ้าคุณเลือกที่จะไม่แต่งแบบ Black tie (ราคาของทักซิโด้ที่แพงระยับก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ) ให้ใส่ชุดสูทสีเข้มที่เป็นทางการมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ไม่ว่าจะสีดำ, สีกรมท่า, สีเทาเข้ม สามารถใช้ได้หมด สียิ่งเข้มยิ่งดี

แอคเซสเซอรี่ : คงความเรียบง่ายและสุภาพให้มากเท่าที่จะทำได้ อย่าลืมท่องไว้ว่าภายในงานอาจมีแขกที่ใส่ชุดทักซิโด้ หรือ เดรสโค้ด Black tie แบบจัดเต็มด้วยแม้ว่าคุณจะไม่ได้ใส่ ดังนั้นลุคของคุณควรจะต้องไปวัดไปวากับสูททักซิโด้ของแขกคนอื่นๆได้ด้วย

8. Dress Code:White Tie

8. Dress Code:White Tie
ระดับของความเป็นทางการ : สูงมาก White tie ถือเป็นเดรสโค้ดที่มีความเป็นทางการสูง(มาก)ที่สุด

คำนิยาม : จริงๆแล้วมันค่อนข้างระบุอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณจะต้องใช้โบว์ไทหรือหูกระต่ายสีขาว

ชุดสูท : ชุดโค้ทสีดำที่มีชายผ้าเป็นหางยาวลงมาด้านหลังพร้อมกับกางเกงขายาว แนวๆชุดทักซิโด้ แต่มีความหรูหราอลังการกว่า

แอคเซสเซอรี่: เสื้อแจ็คเกต, เสื้อกั๊ก (vest) ผ้าคาดเอวซาติน (cummerbund), และ เสื้อเชิ้ตคอปกทรงปีก (wing-collar) ของพวกนี้ควรจะเป็นสีขาวทั้งหมด และคุณยังต้องติดกระดุมข้อมือด้วย Cufflinks สำหรับรองเท้า อยากให้พยายามหาคู่ที่เป็นทางการมากที่สุดมาใช้และควรมีความมันเงา อาจจะจะเป็นหนังวัวอ่อนหรือหนังแบบPatent Leatherก็ใช้ได้ รองเท้าแบบ pump shoes หรือ รองเท้าคัชชูที่มีส้นสูงขึ้นมาจากเดิมเล็กน้อย เป็นตัวเลือกที่คลาสสิกและมีความหรูหราสง่างามมากที่สุด

You may like