HYP Signature Life Men Talk Toys

9 อันดับรถคลาสสิก ที่ได้รับการโหวตจากมหาเศรษฐีนักสะสมว่า ‘sexy ที่สุดในโลก

single image

ว่ากันว่ารถยนต์กับผู้หญิงมีความคล้ายที่เห็นกันได้ชัดๆ อยู่เรื่อหนึ่งนั่นก็คือ ‘ความงดงาม’ ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดชวนให้สัมผัส
แต่จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเส้นสาย ทรวดทรง โค้งเว้าตามส่วนต่างๆที่เกิดขึ้นบนตัวถัง(และตัวเธอ) ว่าเย้ายวนชวนให้ขับหรือควรค่าแก่ครอบครองหรือไม่

และนี่คือ 9 อันดับรถยนต์คลาสสิกที่เหล่าอภิมหาเศรษฐีนักสะสมรถคลาสสิกร่วมกันโหวตกันในคลับเล็กๆ อันโด่งดังที่มีอายุกว่า80ปี
ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือกู๊ดวู๊ด ประเทศอังกฤษ ว่าพวกเธอทั้ง9คันนี้ คือยนตกรรมที่ดีไซน์เส้นสายได้ยั่วยวนที่สุดนับตั้งแต่มีการออกแบบรถยนต์มาบนโลก

ไม่ใช่เพราะว่ามันราคาแพงระยับหรือสวยงามที่สุด
แต่เพราะมัน ‘sexyที่สุด’ ครับ

1. Ferrari F40

ถึงแม้เจ้าม้าลำพองตัวนี้อาจจะดูที่อๆ ด้วยเส้นสายที่ให้อารมณ์แข็งๆ เหลี่ยมๆ เหมือนกับกล่องไม้ขีด แต่ F40จากเฟอรารีส์ เจ้าของความเร็ว478แรงม้าจากโรงงานคันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสวยอย่างมีเสน่ห์ของมันอย่างเต็มเปี่ยม

จนกระทั่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรถสปอร์ตที่งดงามที่สุดรุ่นหนึ่งของเฟอรารีส์เลยทีเดียว โดย F40 ถือกำเนิดขึ้นมาในวาระของการฉลองครบรอบ 40 ปี ในการก่อตั้งบริษัทและมีการผลิตออกมาเพียง 1,311 คันเท่านั้น

และหนึ่งในเจ้าของเจ้าม้าลำพองรุ่นครบรอบนี้ก็คือมือกี้ต้าร์บลูและนักร้องชื่อก้องโลกอย่าง อีริค แคปตั้นที่เมื่อตอนปี2017เขาได้ให้หน่วยงานประมูลรถสปอร์ตชื่อดังของลอนดอนภายใต้ชื่อ London Dealership GVE เปิดประมูลรถ 1991 Ferrari F40 ของเขา

ซึ่งวิ่งใช้งานไปแค่ราวหนึ่งหมื่นกิโลเมตรนิดๆ เท่านั้นเอง โดยราคาขายหลังจบประมูลไปไกลถึง 1,145,150 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ35ล้านบาท

2. Lamborghini Miura

รถสปอร์ตสุดคลาสสิคอีกรุ่นของ Lamborghini จากฝีมือการออกแบบของ Marcelo Gandini ดีไซเนอร์รถยนต์ชื่อก้องโลกชาวอิตาลีแห่งค่ายโปรดักส์ชั่น Bertone ซึ่งถือเป็นยอดฝีมือนักออกแบบรถยนต์ในยุคนั้น

Miura เป็นสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง ระบบขับเคลื่อน RWD ที่สวยชัดเจนด้วยทรวดทรงที่อ่อนช้อย มีไฟดวงกลมพร้อมกับขอบวงโดยรอบที่ดูคล้ายกับขนตางอนๆขอสุภาพสตรี ทำให้ตัวรถเหมือนกับมีสาวสวยกับสบตากับคุณอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่จ้องมอง

และมันยังเป็นซุปเปอร์คาร์รุ่นแรก ๆ ที่ถึงแม้บางคนคิดว่ารุ่นแรกของค่ายกระทิงดุที่น่าจะกล่าวถึงคือ Lamborghini Countach แต่ Miura ถูกกล่าวถึงในอีกมุมหนึ่งในยุคนั้นว่ามันคือรถสมรรถนะสูงที่ดีที่สุดเท่าที่ค่ายนี้เคยผลิต

และด้วยจำนวนเพียง 764 คัน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจถ้าหากราคาขายทอดตลอดรุ่นนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่นักสะสม โดยราคาปิดการขายในการประมูลที่เกิดขึ้นเมื่อตอนช่วงต้นปีที่ผ่านมาจากเว็บไซต์อีเบย์กับสภาพรถประมาณ85% จบไปที่ราว 5,500,000บาท

3. Jaguar E-Type

สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้อาจจะฟังดูเวอร์เกินไป แต่จาร์กัว อีไทป์ คือสุดยอดสปอร์ตคลาสสิกแบรนด์อังกฤษ ที่ได้รับการยอมรับจากดีไซเนอร์ในวงการยนตกรรมทั่วโลกมาทุกยุคทุกสมัยว่า

มันคือรถสปอร์ตที่สวยงามและเซ็กซี่ที่สุดเท่าที่มีมนุษย์เคยผลิตออกมา และยังขึ้นทำเนียบรถยนต์คลาสสิคตลอดกาล หนึ่งในบุคคนที่กล่าวเช่นนี้และทำให้คำพูดนี้ยังคงถูกพูดถึงอยู่ในวงการนักสะสมรถยนต์ก็คือ เอนโซ เฟอร์รารี บิดาแบรนด์ม้าลำพอง

มันถูกเปิดตัวเมื่อปี 1961 และมีมีสายการผลิตที่ยาวนานตราบจนถึง 1975 ผ่านเอกลักษณ์เครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ 3,781 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์แฝด มีเรี่ยวแรง 265 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 225.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยเป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษนามว่า Malcolm Sayer ที่ต้องการจะสื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างรถสปอร์ตของอังกฤษกับชาติพันธุ์ของรถแข่งจากอิตาลีอย่างลงตัวที่สุด

กล่าวคือมีเสน่ห์ในแบบผู้ชายและมีความอ่อนช้อยของทรวดทรงในแบบของผู้หญิงถูกบรรจุอยู่บนเรือนร่างของรถคันนี้ ถึงแม้มันจะเป็นรุ่นที่เครื่องยนต์มีเสียงดังและซดน้ำมันอย่างดุเดือดเลือดพล่านก็ตาม

4. Mercedes-Benz 300SL Coupe Gullwing

นับเป็นความยิ่งใหญ่ของรถสปอร์ตคลาสสิกในยุค 1950 โมเดลนี้ที่สร้างชื่อให้แบรนด์ตราดาวสามแฉกจากเยอรมันอย่าง Benz เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นนี้ เพราะมันมีลักษณะโดดเด่นด้วยประตูเปิดขึ้นแบบปีกนก หรือที่เรียกกันเท่ๆในวงการยนตกรรมว่าสไตล์ Gullwing

ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและติดตามากที่สุด ซึ่งดีไซน์ที่ล้ำอนาคตนี้จะดูอีกซักกี่ทีก็ยังล้ำอยู่แม้ว่ามันจะถูกผลิตมาถึง 60 กว่าปีที่แล้วก็ตาม ละแน่นอนว่า แม้ 300SL จะมีทั้งแบบตัวถังเปิดประทุนและแบบคูเป้ แต่เมื่อนักเลงรถสปอร์ตคลาสสิกพูดถึงรถยนต์จากเบนซ์ในรหัสนี้ มันจะต้องเป็นตัวถังคู่เป้ที่มาพร้อมกับประตูแบบ Gullwing เท่านั้น

เครื่องยนต์โมเดลนี้ใช้ระบบ direct injection 6 สูบเรียง ขนาด 3 ลิตร ทำงานกับเกียร์ธรรมดา 4สปีด มีกลัง 240 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง โดยมีน้ำหนักตัวรถเพียง 1,093 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดสูงที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วตัวเลขนี้ทำให้ 300SL ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์เพื่อจำหน่ายที่แรงที่สุดในเวลานั้นทันที

และที่ทำให้รถรุ่นนี้มีความพิเศษไปกว่านั้นก็คือ Mercedes-Benz 300SL Gullwing ถูกคัดเลือกจากรัฐบาลไทยในสมัยของจอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ให้เข้าประจำการเพื่อเป็นพระราชพาหนะในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พุทธศักราช 2498

และนับได้ว่าเป็นคันที่สมบูรณ์ที่สุดคันหนึ่งในโลกจนนิตยสารรถยนต์จากทั่วโลกต้องมาขอเก็บภาพ ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์รถยนต์พระที่นั่งโบราณในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10

5. Chevrolet Corvette C2

ในยุคที่ความคลาสสิกและความแรงแห่งยนตกรรมรุ่งเรื่อง ปฎิเสธไม่ลงจริงๆว่าเชฟโรเล็ตคือหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ส่งรถสปอร์ตออกมาสู่สายตาชาวโลกมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง

และในโมเดลที่เป็นตำนานนี้ก็เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1953 จนมาถึงปัจจุบันก็ออกจากโรงงานผ่านมาถึงแล้ว 7 รุ่นด้วยกัน แต่ที่มันนับได้ว่าเป็นความลาสสิคที่คงกระพันและถูกจดจำมากที่สุดในแง่ของการออกแบบก็คือเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของ Corvette

โดยโมเดลนี้มากับชื่อเล่นติดหูดีไซน์ติดตาที่เรียกกันว่า String Ray หรือ เจ้าปลากระเบนนั่นเอง โดยมันถูกผลิตและขายในช่วงปี 1962-1967

ซึ่งเหตุผลที่ถูกเรียกว่า String Ray นั้นก็เพราะว่ เมื่อมองจากหลังคาด้านบนลาดลงมาไล่ไปจนถึงด้านหน้าฝากระโปรงรถนั้น มันให้อารมเหมือนกับปลากระเบนที่กำลังสยายครีบอันทรงพลัง พร้อมบินทะยานสู่ห้วงมหาสมุทรอันไกลโพ้นอย่างอิสระเสรี

ซึ่งตอนนี้ค่าตัวของมันในอีเบย์ไปแตะอยู่ที่ราว 26,xxx,xxx บาทแล้วครับท่านผู้ชม

6. Volvo P1800

เมื่อพูดถึงรถประจำตัวสายลับ คนก็มักจะพูดถึงกันแต่เจมส์ บอนด์ แต่ผมบอกตรงนี้เลยครับว่ายังมีรถยนต์ประจำยอดสายลับอีกคันที่หลายคนพลาดตามองไปจากเรื่อง The Saint ซึ่งกำลังกลับมาเป็นโมเดลที่เศรษฐีหน้าเก่าใหม่ต้องการตัวไปสะสมอย่างรุนแรงในปัจจุบัน
( ประเทศไทยไม่น่าจะมีถึง3คัน)

นันก็คือ วอลโว่ พี 1800 นั่นเอง ซึ่งมันได้เข้าฉากในซีรีส์ดังที่ฉายทางโทรทัศน์ช่วงปี 1962-1969 นำแสดงโดย โรเจอร์ มัว ซึ่งแม้ว่าในตอนหลังVolvo จะผลิต ซี 70 ออกมาแทนที่และเดินตามรอยการประชาสัมพันธ์ตามเดิม

โดยส่งมันเข้าไปประจำฉากในภาพนตร์เรื่องThe Saint อีกครั้งแต่เป็นเวอร์ชั่นหนังโรงที่นำแสดงโดย วัล คิลเมอร์ และ เอลิซาเบธ ชู เมื่อปี 1997 แต่เอาจริงๆว่าก็ยังไม่สามารถทดแทนความคลาสสิคของรถสปอร์ตรุ่นที่เป็นออริจินัลได้เลยแม้แต่นิดเดียว

7. Bugatti type57sc Atlantic

ถ้าขึ้นชื่อว่ารถคลาสสิกแล้วไม่พูดถึงคันนี้ เหมือนกับดื่มวิสกี้แล้วไม่ได้สูบซิการ์อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียวครับ

เพราะ Bugatti Type 57SC Atlantic Coupe ที่ถูกออกแบบโดย Jean Bugatti ลูกชายทายาทเพียงคนเดียวของแบรนด์นี้นั้นถูกผลิตออกมาเพียงแค่ 3 คันเท่า

และในปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 1 คันบนโลกเท่านั้น อีกสองคันสูญหายไปสมัยสงครามโลก หนึ่งในสองนั้นเคยอยู่กับฮิตเลอร์และยังหาไม่เจอตราบจนทุกวันนี้ จึงทำให้มันมีค่าตัวพุ่งสูงไปเกือบ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,232,000,000 บาท

โดยคันที่ยังอยู่ถูกครอบครองโดยเจ้าพอแบรนด์แฟชั่นอย่าง
Ralph Lauren มาตั้งแต่ปี 1988 และปัจจุบันมันถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่พิพิธภัณฑ์ Mullin Automotive Museum ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาโดยถูกบูรณะให้ใกล้เคียงสภาพเดิิมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวถังอะลูมิเนียม ตกแต่งภายในด้วยหนังแพะ และเบาะยัดขนม้า

รถยนต์คันนี้ถือเป็นการปฏิวัติแนวคิดในการออกแบบรถยนต์ของแบรนด์ Bugattiทั้งหมด โดย Jean จัดการนำแนวคิดใหม่ของการออกแบบมาสร้างสรรค์และทำให้ Type 57SC Atlantic Coupe มีความสวยและโดดเด่นเหนือคู่แข่งทุกค่ายในเวลานั้น และถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่ แต่เจ้ายักษ์สีดำคันนี้สามารถทำความเร็วได้มากถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

8. Opel GT

แม้จะจัดเป็นโมเดลที่มีข้อมูลให้เล่าถึงน้อยมากเพราะมาเร็วเคลมเร็วเหลือเกินในแง่ของสายการผลิตกับโอเปิ้ล จีที ยนตกรรมจากเยอรมันอีกหนึ่งแบรนด์ที่โลดแล่นในวงการการคลาสสิกได้อย่างสมศักดิ์ศรี(แม่จะมีรถน้อยรุ่นเหลือเกิน)

แต่ทว่าเฉกเช่นเดียวกับเชฟโรเล็ต Corvette C2 รถสปอร์ตจากโอเปิ้ลรุ่นนี้ก็ยังคงโดดเด่นเรื่องดีไซน์เสียจนกลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมไปโดยปริยาย ด้วยเนื้อหาการออกแบบตามแนวทางที่เรียกว่า Coke Bottle Shape Design หรือออกแบบตามรูปทรงของขวดน้ำอัดลม ที่เน้นความโค้งเว้าของสัดส่วนบนตัวถังเพื่อโชว์ให้เห็นถึงทรวดทรงที่แท้จริงของตัวรถภาพรวม

ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีลักษณะคล้ายกับทรวดทรงองค์เอวของสุภาพสตรีเป็นอย่างมาก และถือว่าเป็นคลาสสิกสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ดีไซน์ติดตาชนิดที่ว่าคุณไม่ต้องถึงเป็นกับมหาเศรษฐีก็พอจะมีโอกาสได้สัมผัส

ถ้าคุณหารถสภาพดีดีที่เหมาะสมเป็นเนื้อคู่กันจนเจอโดยค่าตัวเริ่มต้นของเจ้าโอเปิ้ลจีทีสภาพเยินๆ แบบพอวิ่งได้ สียังไม่ได้ทำ เบานั่งขาด เครื่องยังไม่ได้ฟิต แอร์ไม่มี วิทยุไม่ต้องพูดถึงอยู่ที่ประมาณ 9พันยูโรหรือประมาณ 3แสนกว่าบาท

9. Alfa Romeo Tipo 33 Stradale

‘หยดย้อย’ คือนิยามของเจ้ารถคันนี้ เพราะนี่คือรถสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงถึงความสวยของรูปลักษณ์บวกกับสมรรถนะอย่างแท้จริง

ด้วยเส้นสายที่โค้งมนและสวยสะดุดตาและถูกผลิตออกมาเพียง 18 คันนับจากปี 1967-1969 โดยตัวรถจะสังเกตุได้ว่าถูกสร้างจากพื้นฐานของรถแข่งตามหลักพลศาตร์ที่ดูแล้วลู่ลมมากๆ

นอกจากรูปร่างยั่ยยวนมากแล้วยังเร้าใจด้วยเครื่องยนต์วี 8 ขนาด2,000 ซีซี วางกลางขนาด 2 ลิตร ที่รีดแรงม้าออกมาได้ถึง 230 แรงม้าและสามารถทำความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

You may like