HYP Signature Men Talk

เมื่อนักชกที่ร่ำรวยที่สุดในโลกโดน ‘สอนมวย’

single image

ความจริงใจจากปากอดีตนักมวยเบอร์หนึ่งของโลก ถึงนักชกที่รวยที่สุดในโลกเวลานี้

เมื่อพูดถึงนักมวยที่รวยหลุดโลก คนเดียวกับที่เที่ยวอวดเงินเป็นตั้งๆ โชว์โยนแบงค์ขึ้นฟ้าผ่านโลกโซเชียลตลอดเวลา คงไม่มีใครเกินฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์(ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์) เจ้าของสถิติชนะรวดถึง 17 ครั้ง เป็นการชนะน็อกและทีเคโอถึง 13 ครั้งบนเส้นทางมวยสากลอาชีพ

คนมากมายต่างชื่อชมฟลอยด์ในฐานนะนักมวยที่มีอายุน้อยและประสบความสำเร็จเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

แต่ในอีกมุมหนึ่ง…ในโลกของกีฬาสุภาพบุรุษที่เรียกว่ามวยนั้น ยังมีอะไรมากกว่าการแพ้ ชนะ เสมอ หรือการเป็นนักมวยที่ประสบความสำเร็จมีรายได้มหาศาล

ยิ่งเมื่อได้อ่านถ้อยแถลงของอดีตนักมวยชื่อก้องโลกผ่านแมกกาซีนฝรั่งอย่างเพลย์บอยฉบับเมื่อหลายปีที่แล้ว ที่ไปเจอโดยบังเอิญตอนไปเดินเล่นตลาดมืดคลองถม เขาคนนี้คือตำนานนักชก เชื้อชาติแม็กซิกันที่เกิดและเติบโตในอีสต์ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนียที่ยังมีลมหายใจ ซึ่งแสดงทัศนะอย่าตรงไปตรงมาต่อสิ่งที่เขาคิดเห็นในวิถีและวิธีการขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของฟลอยด์ที่อยากนำมาแปลให้อ่าน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเนื้อหาในถ้อยแถลงนี้ น่าจะพอทำให้คุณมองเห็นและให้ค่ากับศักดิ์ศรีของกีฬา มากกว่าเงินตราที่ผู้เล่นเหล่านั้นทำได้จากเกมส์การแข่งขันมากยิ่งขึ้น หรือในอีกมุมหนึ่งก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ว่าบทความแปลชิ้นนี้อาจจะทำให้คุณเห็นทางลัดที่จะพาตัวคุณก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นแบบฟลอยด์ก็เป็นได้

————————–

ฟลอยด์..

ผมอยากให้คุณลองฟังที่ผมกำลังจะบอกคุณนะ (ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ นักชกที่รวยที่สุดในโลก) เพราะนี่จะเป็นคำอำลาที่ผมอยากฝากไว้กับคุณ ให้เอาไปใช้ชีวิตต่อบนสังเวียนผ้าใบหลังจากนี้

คุณเป็นพวกน่าเบื่อ..

แค่มีโอกาสได้ดูนัดหลังๆ ที่คุณขึ้นชกกับ อังเดร เบอร์โต (นักชกผิวสีชื่อดังชาวอเมริกัน) ก็อธิบายได้ถึงเรื่องที่ผมจะบอกต่อคุณหลังจากนี้ ว่ามันคือการชกที่นับเป็นความเสียหายมากกว่างดงาม เป็นหายนะที่ผู้ชมต้องมานั่งดูการชกอยู่ข้างเดียวจนขนาดที่ว่าบัตรให้คะแนนของกรรมการคนหนึ่ง ไม่ให้ เบอร์โต ชนะคุณสักยก

คนในวงการหมัดมวยรู้แหละฟลอยด์ ว่า เบอร์โต ไม่มีโอกาสชนะคุณ เพราะพวกเข้าใจมวยทั้งในแง่วิถี วิธีและธรรมชาติของมวยที่งดงาม ที่แน่ๆพวกเขาเข้าใจว่าคุณไม่กล้าพอที่จะขึ้นชกแบบมีความเสี่ยง ผมคิดว่าวันนั้นมีหลายคนเปลี่ยนช่องหนีไปดูรายการทีวีรีรันที่เอามาฉายซ้ำในคืนนั้นมากกว่าดูคุณชกกับเบอร์โตซะอีก ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับการเสียเงินเกือบสามพันบาทเพื่อซื้อดูการถ่ายทอดสดแบบเอชดี จริงๆ แล้วก็เป็นการลงทุนที่ดีต่อลูกๆ ของผม เพราะผมไม่ต้องนั่งอ่านนิทานให้พวกแกฟังให้หลับ แค่ให้พวกแกดูการชกของคุณวันนั้นพวกแกก็หลับไปก่อนระฆังจะตียก 3 เสียอีก

อีกเหตุผลที่วงการมวยจะดีขึ้นเมื่อไม่มีคุณก็คือคุณเป็นพวกขี้กลัว กลัวที่จะคว้าโอกาสจากความเสี่ยง มวยมันเป็นเรื่องความสูสีที่ต้องชกกันให้สนุก ให้คนดูได้ร่วมลุ้นไปกับเกมส์แห่งศักดิ์ศรี ส่วนที่ดีที่สุดที่เกิดในวันที่คุณชนะปาเกียวเมื่อหลายปีที่แล้วก็คือวันนั้นมีผู้ชมเกือบ 4.5 ล้านคนและทำรายได้ไปทั่วโลกกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นพาดหัวข่าวไปทั่วโลก

แต่ทำไมเรื่องนี้ไม่ดีกับวงการมวยรู้ไหม?

เพราะคุณโกหกคนทั้งโลกที่ครั้งนึงก่อนขึ้นชนคุณเคยบอกพวกเขาว่าจะให้ดูการต่อสู้ที่สนุกและจะเป็นการชกแห่งยุค แต่คุณไม่ได้ทำอะไรที่ว่ามาเลย ปัญหาคือคุณควรชกกับปาเกียวเมื่อ 5 ปีที่แล้วตอนที่เขาท็อปฟอร์มที่สุด แต่ตอนนั้นคุณเป็นเพียงนักมวยที่กำลังไต่ระดับซึ่งไม่แปลกที่ตอนนั้นคุณคงมองเห็นว่ามันดูอันตรายเกินไป เสี่ยงไป

คุณอยู่ในอาชีพนี้ด้วยความระมัดระวังเกินไปฟอลยด์ คุณไม่อยากขึ้นชกถ้าไม่ได้เปรียบ

แน่นอนว่าคุณขึ้นชกกับนักชกดังๆ ก็จริงแต่ที่แน่นอนไปกว่านั้นคือพวกเขาผ่านช่วงเวลาสุดยอดไปแล้ว แม้แต่ตอนที่เราชกกันตอนปี 2007 ตอนที่ผมอยู่ในช่วงปลายของอาชีพแล้ว หลังจากนั้นคุณก็ไปชกกับนักชกเม็กซิกันต่อ แต่ตอนนั้นเขาก็ยังเด็กและต้องลดน้ำหนักลงมาค่อนข้างมากในเวลาสั้นก่อนจะมาชกกับคุณ

สำหรับผม ผมเข้าสู่วงการนี้เพื่อคว้าโอกาส ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆเลยซักนิดเดียว ผมเลือกสู้กับคู่ชกทุกคนในช่วงที่เขาท็อปฟอร์มที่สุด ผมว่ามันเป็นทางลัดทำให้ผมเติบโตได้ไว ความผิดพลาดจากการได้ชกกับคนเก่งๆทำให้การชกแต่ละครั้งหลายเป็นเกมส์กีฬาที่งดงาม ผู้ชมทั่วโลกได้สนุกสนานไปการร่วมลุ้นในมวยคู่ที่สูสี หลักฐานนะเหรอ? ผมแพ้ 6ครั้ง หลังจากชนะมา 31 ครั้ง ความพ่ายแพ้ครั้งแรกคือนัดที่ชกกับทรินิแดด และผมได้เรียนรู้บทเรียนที่ล้ำค่าซึ่งใช้ได้ทั้งบนสังเวียนและชีวิตจริงนั่นก็คือผมไม่หนี ผมไม่เคยหยุดหาโอกาสที่ดีที่สุด หลังจากชกกับ เดอร์ริล คอลลี ผมชกกับ ซูกการ์ เชน มอสเลย์ ในช่วงที่เขากำลังมาแรงที่สุด ยังไม่เคยแพ้ และได้รับการยอมรับว่า

เป็นคู่ชกที่ดีที่สุดในโลก และอีกครั้งที่ผมแพ้

ผมยอมรับความพายแพ้ได้ฟลอยด์ แต่ผมไม่เลือกสู้แต่เกมส์ที่ผมจะชนะ เพราะนั่นไม่ใช่ชีวิตจริงๆ หลังจากนั้นผมยังมองหาโอกาสตลอด ผมไปชกกับนักชกดังๆ อีกสี่คนจนผมกลับมาชกกับมอสเลย์อีกครั้ง นับเป็นแมชที่สร้างคำถามไปทั่วโลกจนแฟนมวยสามารถเอาไปถกเถียงกันต่ออีกนานเลยทีเดียวว่าใครกันแน่ที่ ควรจะชนะแมตช์นั้นแต่กรรมการก็ให้ผมแพ้

แล้วผมไปหาคู่ชกแบบง่ายๆ เพื่อสร้างชื่อหรือทำเงินให้มากกว่าที่มีอยู่อีกไหม?

ไม่ ฟลอยด์ ผมขยับไปชกรุ่นมิดเดิ้ลเวท เพื่อชิงเข็มขัดและได้สู้กับยอดนักชกใน รุ่นนั้นคือ เบอนาร์ด ฮอปกิน หลายปีหลังจากนั้นผมยังสู้กับคู่ชกดังๆ คนรุ่นใหม่ๆ แรงดีๆ แม้ในตอนนั้นผมจะอายุปาเข้าไปจะสี่สิบแล้ว ไม่ว่าจะแมนนี่ ปาเกียวและรวมไปถึงคุณด้วย

นักสู้ต้องทำแบบนั้น ต้องเสี่ยงที่จะแพ้ เคล็ดลับของผมง่ายมากฟลอยด์ ผมเลือกสู้กับคนที่เก่งที่สุด น่าเสียดายที่คุณไม่ได้ทำแบบเดียวกัน.. คุณเลือกทางเดินง่ายๆ มันเห็นได้ชัดเจนมากในตอนที่คุณโลดเต้นบนผืนผ้าใบ ออกหมัดอย่างเกี้ยวกราดและมั่นใจไปรอบๆ ดาวที่กำลังหรี่แสง คุณเลือกสู้กับคู่ต่อสู้ที่ไม่สมศักดิ์ศรี จริงๆอยู่ที่คู่ต่อสู้ของคุณหลายคนเป็นนักชกที่ดี แต่พสกเขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแบบคุณ พวกเขาผ่านความบอบช้ำมามากมายแล้วกว่าจะมาขึ้นเวทีให้คุณเชือดนิ่มๆ

คุณกำลังจะเป็นที่จดจำในฐานะชายผู้ทำเงินได้มากที่สุด เป็นเรื่องที่น่ายินดี ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ แต่สำหรับสไตล์การชกหรือบทบาทในวงการมวยของคุณนะเหรอ?

พวกเขาลืมมันไปหมดแล้วล่ะฟลอยด์

-ออสการ์ เดอ ลา โฮยา

You may like