Life Men Toys

นิสสันประเทศไทยจัดเต็มทริปใหญ่ “Go Anywhere” ผจญภัยมาเลเซีย

single image

นิสสัน ประเทศไทย ยกขบวนสื่อมวลชน 78 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมผจญภัย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน ระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ตะลุยรอบประเทศมาเลเซีย

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive all car

“การเดินทางด้วยคอนเซ็ปต์ “Go Anywhere” หรือ “ลุยได้ทุกที่” ของนิสสันนั้นจัดเต็มกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเพื่อโชว์ความสามารถของตัวรถ เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ และการเดินทางที่ดีที่สุด เพื่อสื่อสารเรื่องเล่าให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ที่พร้อมจะเดินทางไปทุกที่ แม้แต่ภูมิประเทศป่าดงดิบเขตร้อนชื้นที่หลากหลายของมาเลเซีย สถานที่ที่แปลกใหม่ ที่ตัวรถนั้นสามารถแสดงสมรรถนะ ความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร และความฉลาดของเทคโนโลยีอัจฉริยะจากการใช้งานจริง ของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล ที่พาเราลุยไปทุกที่ด้วยความั่นใจได้จริงๆ ” ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

ราเมช นาราสิมัน

“ผู้บริโภคในอาเซียนต้องการประสบการณ์การเดินทางบนถนนที่หลากหลาย ด้วยความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่ต้องใช้งานง่าย การเดินทางในคอนเซ็ปต์ “Go Anywhere” ตะลุยมาเลเซียนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่านิสสันเป็นรถยนต์คู่ใจที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองความต้องการของทุกคนและทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย” ราเมช กล่าวเสริม

เส้นทางดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้สัมผัสกับความงดงามของประเทศมาเลเซีย รวมถึงสภาพป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืชนานาชนิด หล่อเลี้ยงธรรมชาติในป่าดงดิบมากกว่า 2,000 ชนิดอย่างอุดมสมบูรณ์

nisson drive road mountain
Monkey

การเดินทางและความท้าทาย

“Go Anywhere” ณ ประเทศมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการขับรถบนทางหลวงจากอำเภอหาดใหญ่ ไปยังชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ด่านสะเดา หลังจากนั้นคาราวานได้เดินทางเข้าสู่รัฐเกอดะฮ์ (Kedah) ประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางไปยังภูเขาเจไร (Mount Jerai) ปราสาทเคลลี (Kellie’s Castle) และกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่กลุ่มที่สองขับจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมืองกวนตัน (Kuantan) ผ่านเมืองปุตราจายา (Putrajaya) และเมืองมะละกา (Malacca) ในขณะที่กลุ่มสุดท้ายเดินทางจากกวนตันผ่านเมืองกัวลาตรังกานู (Kuala Terengganu) ไปยังรัฐปีนัง (Penang) ก่อนที่จะข้ามชายแดนด่านสะเดากลับสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน ระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร

Nisson Go Anywhere in Malaysia gray car

การเดินทางผจญภัยไปกับรถยนต์นิสสันทั้งสามรุ่นทำให้การขับขี่ได้อย่างปลอดภัยตลอดการเดินทางบนสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย เช่น การใช้ความเร็วบนถนนลาดยาง ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น สามารถยึดเกาะถนนบนทางโค้งที่แคบได้อย่างมั่นใจ สมรรถะที่สามารถขับขี่ไปตามเส้นทางธรรมชาติแบบออฟโรด พิสูจน์ว่ารถยนต์ทั้ง 3 รุ่น เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ และลูกค้านิสสันสามารถ “ลุยได้ทุกที่” ด้วยเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่มีสมรรถนะสูงของรถยนต์นิสสัน ยังมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมในขณะที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง มอบความสะดวกสบายไม่ว่าจะในสภาพการขับขี่ปกติหรือบนเส้นทางที่ท้าทาย เช่น บนถนนที่ขรุขระธุรกันดาร

Nisson Go Anywhere in Malaysia orange car
Nisson Go Anywhere in Malaysia white caar
Nisson Go Anywhere in Malaysia brown car

ในขณะที่ฟังก์ชันการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนขณะขับขี่ หรือ shift-on-the-fly ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4H) เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพถนนที่มีความลื่นไถล นอกจากนี้ในโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ความเร็วต่ำ (4LO) ได้ช่วยเสริมกำลังเมื่อเผชิญกับทรายและโคลนที่ลึก ขณะเดินทางข้ามแหล่งน้ำ การขับขึ้นโขดหิน รวมถึงขึ้นและลงจากเนินสูงต่างๆ

Nisson Go Anywhere in Malaysia road

ในการเดินทางบนทางหลวงเป็นระยะทางไกลๆ ผู้ขับขี่สามารถใช้เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Intelligent Engine Brake) จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างนุ่มนวลเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว เทคโนโลยีทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง ซึ่งจะเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในขับขี่บนทางหลวง ทางด่วน หรือในสภาพการจราจรที่หนาแน่น

Nisson Go Anywhere in Malaysia white red orange

เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงและนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ได้ถูกใช้ประโยชน์ตลอดการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor) ที่มอบมุมมอง แบบ 360 องศาของรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นมุมรอบคันของรถทั้งหมดได้อย่างง่ายดายเมื่อขับผ่านพื้นที่แคบ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและเทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA และ Hill Descent Control – HDC) ป้องกันไม่ให้รถยนต์ไหลเมื่อขับขึ้นหรือลงพื้นที่ลาดชัน อีกทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้ในการขับขี่ ได้แก่ เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก (Electronic Brake-force Distribution – EBD) ระบบเบรกกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS) เทคโนโลยีเสริมแรงเบรก (Brake Assist – BA) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เป็นต้น

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive nature

เมื่อคาราวานขับขี่ในสภาพออฟโรดบนเส้นทางเข้าสู่สภาพป่า ในสภาพเส้นทางที่เต็มไปโคลน เทคโนโลยีอัจฉริยะของนิสสันที่แสดงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนคือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS) ช่วยควบคุมการหมุนของล้อ เมื่อพบอาการล้อหมุน ซึ่งเทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรีนี้ จะช่วยลดความเร็วโดยอัตโนมัติหรือใช้เบรกเพื่อเรียกคืนการยึดเกาะ ทำให้รถอยู่ในการควบคุมและเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยังเสริมด้วยมาตรวัดการขับขี่บนทางออฟโรด (Off-road Meter) ที่ช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญรวมถึงมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่แบบออฟโรด

ระบบนำทางช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางในเส้นทางประจำแต่ละวันได้ล่วงหน้าและสามารถนำได้ด้วยเสียงได้ในแบบ turn-by-turn ในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แผนที่อื่นๆ เพื่อนำทางไปยังป่าฝนเขตร้อนอันเขียวชอุ่มและเมืองที่น่าสนใจต่างๆ ในมาเลเซีย ระบบนำทางที่สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะนี้ (Voice Recognition) ยังช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสถานที่ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive in forest

ภายใต้การเชื่อมต่อของ Nissan Connect ได้รวบรวมระบบสำคัญต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการรบกวนขณะขับขี่ ระบบนำทาง ระบบความบันเทิง และการรักษาความปลอดภัย ให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์แบบ Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ให้สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านหน้าจอพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ

ในขณะที่ฟังก์ชันการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนขณะขับขี่ หรือ shift-on-the-fly ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4H) เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพถนนที่มีความลื่นไถล นอกจากนี้ในโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ความเร็วต่ำ (4LO) ได้ช่วยเสริมกำลังเมื่อเผชิญกับทรายและโคลนที่ลึก ขณะเดินทางข้ามแหล่งน้ำ การขับขึ้นโขดหิน รวมถึงขึ้นและลงจากเนินสูงต่างๆ

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive in road

ในการเดินทางบนทางหลวงเป็นระยะทางไกลๆ ผู้ขับขี่สามารถใช้เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Intelligent Engine Brake) จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างนุ่มนวลเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว เทคโนโลยีทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง ซึ่งจะเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในขับขี่บนทางหลวง ทางด่วน หรือในสภาพการจราจรที่หนาแน่น

เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงและนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ได้ถูกใช้ประโยชน์ตลอดการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor) ที่มอบมุมมอง แบบ 360 องศาของรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นมุมรอบคันของรถทั้งหมดได้อย่างง่ายดายเมื่อขับผ่านพื้นที่แคบ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและเทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA และ Hill Descent Control – HDC) ป้องกันไม่ให้รถยนต์ไหลเมื่อขับขึ้นหรือลงพื้นที่ลาดชัน อีกทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้ในการขับขี่ ได้แก่ เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก (Electronic Brake-force Distribution – EBD) ระบบเบรกกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS) เทคโนโลยีเสริมแรงเบรก (Brake Assist – BA) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เป็นต้น

เมื่อคาราวานขับขี่ในสภาพออฟโรดบนเส้นทางเข้าสู่สภาพป่า ในสภาพเส้นทางที่เต็มไปโคลน เทคโนโลยีอัจฉริยะของนิสสันที่แสดงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนคือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS) ช่วยควบคุมการหมุนของล้อ เมื่อพบอาการล้อหมุน ซึ่งเทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรีนี้ จะช่วยลดความเร็วโดยอัตโนมัติหรือใช้เบรกเพื่อเรียกคืนการยึดเกาะ ทำให้รถอยู่ในการควบคุมและเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยังเสริมด้วยมาตรวัดการขับขี่บนทางออฟโรด (Off-road Meter) ที่ช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญรวมถึงมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่แบบออฟโรด

ระบบนำทางช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางในเส้นทางประจำแต่ละวันได้ล่วงหน้าและสามารถนำได้ด้วยเสียงได้ในแบบ turn-by-turn ในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แผนที่อื่นๆ เพื่อนำทางไปยังป่าฝนเขตร้อนอันเขียวชอุ่มและเมืองที่น่าสนใจต่างๆ ในมาเลเซีย ระบบนำทางที่สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะนี้ (Voice Recognition) ยังช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสถานที่ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย

ภายใต้การเชื่อมต่อของ Nissan Connect ได้รวบรวมระบบสำคัญต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการรบกวนขณะขับขี่ ระบบนำทาง ระบบความบันเทิง และการรักษาความปลอดภัย ให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์แบบ Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ให้สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านหน้าจอพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ

รถยนต์นิสสันสามารถบรรทุกสัมภาระมากมาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่น ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรี มีมอบประโยชน์ใช้งานทั้งการบรรทุกสิ่งของในเมืองและกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการเดินทางที่ต้องบรรทุกสัมภาระและกระเป๋าเดินทางมากมายเหมือนกับในการเดินทางครั้งนี้

ในขณะเดินทางผู้ขับขี่และผู้เข้าร่วมกิจกรรมมั่นใจได้กับความปลอดภัยขั้นสูงของนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ได้ถูกใช้ประโยชน์ตลอดการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor) ที่มอบมุมมอง แบบ 360 องศาของรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นมุมรอบคันของรถทั้งหมดได้อย่างง่ายดายเมื่อขับผ่านพื้นที่แคบ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและยังช่วยผู้ขับขี่ในการหลีกเลี่ยงความเสียหายหรืออุบัติเหตุเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการขับขี่บนเนินเขา ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและเทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA และ Hill Descent Control – HDC) ป้องกันไม่ให้รถยนต์ไหลเมื่อขับขึ้นหรือลงพื้นที่ลาดชัน อีกทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้ในการขับขี่

การเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับรถยนต์ผ่านระบบ Nissan Connect ตลอดการเดินทาง ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมั่นใจและเพลิดเพลินมากขึ้นด้วยการเข้าถึงแอพพลิเคชันของไอโฟนได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบ อินโฟเทนเมนท์แบบ Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วกับสมาร์ทโฟน ระบบสำคัญต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการรบกวนขณะขับขี่

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive group shot

นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี เป็นเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยตลอดการเดินทาง มอบประสบการณ์การเดินทางในมาเลเซียเต็มไปด้วยความมั่นใจ เติมเต็มคำนิยามภายใต้แนวคิดของการขับขี่แบบ “Go Anywhere” หรือ “ลุยได้ทุกที่” ภายใต้วิถีการขับขี่ในทุกเส้นทางของนิสสัน

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive กับ คุณ ราเมซ นาราสิมัน

“คาราวานตะลุยมาเลเซียของนิสสันบนเส้นทางที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น และเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์ นิสสันที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตในประเทศไทยมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและการขับขี่ที่สะดวกสบายตลอดการเดินทางบนสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบนถนนลาดยาง ถนนโค้งบนภูเขา หรือการผจญภัยแบบออฟโรด” ราเมช กล่าวเสริม “ประสบการณ์การขับขี่เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพระดับโลกของรถยนต์ นิสสัน”

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive in city

รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์รุ่นใหม่จากนิสสัน ที่รวมสุดยอดสมรรถนะการขับขี่ เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยยังคำนึงถึงความสะดวกสบาย ให้คุณสามารถพา นิสสัน เทอร์ร่า นี้ไปผจญภัยได้ในทุกสถานการณ์ด้วยความมั่นใจ นิสสัน เทอร์ร่า ถูกออกแบบและพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน ด้วยเบาะนั่งแถวที่สองที่สามารถพับเก็บได้ โดยทุกที่นั่งสามารถปรับเอนเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และด้วยแนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) สุดยอดเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารทุกคน นอกจากนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ให้คุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่ หรือ “Life Lives Outside” ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สุดยอดสมรรถนะเหนือกว่าในระดับเดียวกัน

นิสสัน เทอร์ร่า พัฒนาจากประสบการณ์ที่มีในรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีกว่า 60 ปี ของนิสสันที่เคยผลิตรถรุ่นที่มีชื่อเสียงมากมายต่างๆ อาทิ นิสสัน พาโทรล โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของ นิสสัน เทอร์ร่า ได้แก่

  • นิสสัน เทอร์ร่า ใช้เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC ขนาด 2,298 ซีซี มาพร้อมหัวฉีดเชื้อเพลิงระบบไดเร็คอินเจคชัน ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน จึงทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นและทรงพลังเมื่อต้องการ
  • ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ที่มาพร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ที่โดดเด่นด้านพละกำลัง
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน ฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ทำให้ผู้ขับสามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อหรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ four-wheel driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน
  • ตัวถังบนแชสซีส์ออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่แบบสมบุกสมบัน อย่างการขับขี่แบบออฟโรด
  • ระบบช่วงล่างหลังคอยล์สปริงแบบ Five-link และเพลาล้อหลังที่แข็งแรง มอบทั้งความสะดวกสบาย และความทนทานให้กับผู้ขับขี่
  • ระยะความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร ลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากพื้นถนนที่ขรุขระมีหลุมบ่อไม่ราบเรียบ หรือ การขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังได้อย่างมั่นใจ

เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี – อินเทลลิเจนท์ ไดรฟ์วิง

เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล้ำสมัยใน นิสสัน เทอร์ร่า

  • เทคโนโลยี กระจกมองหลังอัจฉริยะ หรือ Intelligent Rear View Mirror (IRVM)

นิสสัน เทอร์ร่า มีหน้าจอ LCD ที่กระจกมองหลัง ในการแสดงภาพที่มาจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมกว้าง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน ระหว่างจอแสดงภาพจากกล้อง หรือจากกระจกปกติได้ เพื่อช่วยให้การมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด สำหรับเทคโนโลยี IRVM นี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ ในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลัง

  • เทคโนโลยี กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (IAVM)

ระบบ IAVM ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพรอบตัวยานพาหนะได้ทั่วทุกทิศทาง ด้วยการสร้างภาพมุมสูงแบบ bird’s-eye view รอบตัวรถ จึงทำให้สามารถควบคุมตัวรถระหว่างถอดจอดรวมถึงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างง่ายดายแม้ในพื้นที่แคบ

  • เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD)

เทคโนโลยี MOD จะตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ โดยจับการเคลื่อนไหวจากภาพของกล้องที่อยู่รอบๆ ในยามที่ต้องการจอดรถ หรือ การเคลื่อนตัวช้า ๆ เมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหว ระบบจะส่งทั้งภาพและเสียงเตือนผู้ขับ ทั้งนี้กล้องทั้งสี่ตัวรอบคันรถ สามารถแจ้งเตือนผู้ขับได้ใน 3 สถานการณ์ คือ เมื่อรถจอดหรือหยุดนิ่ง เมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือเมื่อเคลื่อนถอยหลัง

  • เทคโนโลยีเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตาอัจฉริยะ หรือ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSW)

เทคโนโลยี IBSW จะทำงานเมื่อพบว่ามียานพาหนะอื่นเข้าใกล้ตัวรถในบริเวณจุดอับสายตา และทำการแจ้งเตือน โดยคนขับจะได้รับทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบที่กระจกมองข้าง

  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ หรือ Intelligent Lane Intervention (ILDW)

เทคโนโลยีนี้จะแจ้งเตือนด้วย สัญญาณภาพและเสียงเมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องทาง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและการใช้งาน

นิสสัน เทอร์ร่า ยังมาพร้อมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยมาตรฐาน เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งแบบ Active Safety ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และแบบ Passive Safety ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสารขณะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ ตำแหน่งด้านหน้า ด้านข้างของเบาะแถวหน้า และม่านถุงลม ในทุกรุ่น
  • เข็มขัดนิรภัยที่เบาะคู่หน้า เบาะนั่งแถวที่สอง และเบาะแถวที่สามเป็นเข็มขัดสามจุด ELR ปรับระดับเพื่อให้พอเหมาะกับขนาดร่างกายของผู้ขับและผู้โดยสาร ที่สามารถยืดหรือหดกลับได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีการป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กด้วยจุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • เทคโนโลยีเบรก Brake Limited Slip Differential (B-LSD) ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อล้อลื่นไถล ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Traction Control System (TCS) เมื่อเกิดเหตุล้อหมุนฟรี ระบบจะทำการลดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถ และเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย
  • เทคโนโลยีช่วยออกตัวบนทางลาดชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) ช่วยป้องกันการไถลลงเมื่อขับขึ้นทางลาดชัน
  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน หรือ Hill Descent Control (HDC) ช่วยควบคุมความเร็วเมื่อขับลงทางลาดชัน
  • มาตรวัดแสดงโหมดออฟโรด (Off-road Meter) แสดงข้อมูลการขับขี่ในโหมดขับเคลื่อนต่างๆ รวมถึงบอกองศาความลาดเอียงของตัวรถด้วย
  • เทคโนโลยีตรวจสอบแรงดันลมยาง หรือ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) คือเทคโนโลยีที่คอยตรวจวัดแรงดันลมยางของล้อทั้งสี่ล้อ และแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางเกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวยาง และยังช่วยป้องกันความปลอดภัยได้อีกระดับ
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรก (Brake Assist System: BA) รวมถึงไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดย เบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเป็นแบบครีบระบายความร้อน ขณะที่เบรกหลังเป็นดรัมเบรก
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ Vehicle Dynamic Control (VDC) ช่วยรักษาการทรงตัวเมื่อเข้าโค้ง หรือหักเลี้ยวได้อย่างมั่นใจ
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key) เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวรถยิ่งขึ้น ด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนภัยแบบ VSS

ความทันสมัย ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย

นิสสัน เทอร์ร่า มอบความกว้างขวางสะดวกสบายด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารอย่างเหนือชั้น ทุกที่นั่งมีพื้นที่ในการยืดขาที่กว้างกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน การตกแต่งภายในเน้นความทันสมัย ที่มอบทั้งความสบายและอรรถประโยชน์ของการใช้งานให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร โดยคุณสมบัติต่างๆ ได้แก่

  • การออกแบบด้านหน้า กระจังหน้าแบบ V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะของนิสสัน พร้อมไฟหน้า LED ทรงบูมเมอแรง พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light) และไฟท้าย LED แบบ light guide
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่ให้การขับขี่ที่ตื่นเต้นทั้งการขับขี่สภาพถนนแบบออนโรดและออฟโรด
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง ไฟส่องสว่างในห้องผู้โดยสาร เบาะนั่งที่กว้างขวาง รวมถึงเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลาเดินทางของคุณและครอบครัวถูกโอบล้อมด้วยความหรูหราและสะดวกสบาย
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 นอกจากจะเข้าออกได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังมาพร้อมระบบพับเบาะอัตโนมัติ (1-Touch Remote Fold and Tumble Seats) ที่สามารถสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียว
  • เบาะหนังสีดำตัดขอบด้วยวัสดุสีเบจ มอบความสวยงามและความสะดวกสบาย เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ โดยที่นั่งตำแหน่งผู้ขับยังสามารถปรับได้ตามสรีระร่างกาย สำหรับรุ่น 2.3VL 4WD 7AT จะเป็นเบาะสีน้ำตาล
  • ที่วางแก้วน้ำสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 1 แถวที่ 2 และแถวที่ 3
  • มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะแบบ 3 มิติ Multifunction Intelligent Display (MID) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระยะเวลาที่เข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ ระดับอุณหภูมิภายนอกรถ นาฬิกาดิจิตอล เสียงเตือนในกรณีที่ไม่ได้ปิดไฟหน้า และสัญญาณเตือนกันการลืมกุญแจภายในรถ
  • ระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้ มีทั้งวิทยุ เครื่องเล่น DVD และ MP3 พร้อมช่องใส่แผ่นดิสก์ 1 ช่อง และหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ USB / HDMI และลำโพง 6 จุด โดยสามารถควบคุมระบบเสียงและโทรศัพท์ได้โดยตรงจากพวงมาลัยคนขับ
  • ระบบปรับอากาศกระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบความเย็นสบายให้ทุกที่นั่งทั่วทั้งห้องโดยสาร โดยสามารถควบคุมความเร็วของพัดลมจากที่นั่งตอนหลังได้อีกด้วย

นิสสัน เทอร์ร่า มีมิติ ความยาว 4,885 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,835 มม. มีระยะฐานล้อ 2,850 มม. ในขณะที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มม. มีระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียน (Rack and Pinion) โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีน้ำตาล เอิร์ธ บราวน์ (Earth Brown), สีดำ แบล็คสตาร์ (Black Star), สีขาว ไวท์เพิร์ล (White Pearl), สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเสอร์ (Brilliant Silver) และ สีเทา ทไวไลท์ เกรย์ (Twilight Gray) และสามรุ่นย่อย คือ

  • 3V 2WD 7AT
  • 3VL 2WD 7AT
  • 3VL 4WD 7AT

เอเนอร์เจติก แพ็กเกจ (Energetic Package)

ชุดแต่ง เอเนอร์เจติก แพ็กเกจ* ของนิสสัน เทอร์ร่า มอบทางเลือกระดับพรีเมี่ยมและความรู้สึกสปอร์ตให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้นพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถตกแต่งนิสสัน เทอร์ร่า โดย ชุดแต่ง เอเนอร์เจติก แพ็กเกจ ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าและสเกิร์ตหลัง เพื่อเสริมความสปอร์ต เสริมการตกแต่งภายในแบบพรีเมี่ยมด้วยชุดตกแต่งภายในพร้อมเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ (auto lift gate)

*ชุดแต่ง เอเนอร์เจติก แพ็กเกจ สามารถติดตั้งได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสัน สำหรับเทอร์ร่ารุ่น 2WD VL และ 4WD VL

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive in river

นิสสัน นาวารา

นิสสัน นาวารา ปิคอัพอัจฉริยะพลังแรงที่มาพร้อมกับนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการขับขี่ที่ใช้งานง่ายเพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและสะดวกสบาย โดดเด่นด้วยการผสมผสานที่น่าดึงดูดใจ ด้วยสมรรถนะสูงและความทนทานที่ช่วยให้ผู้ขับขี่บนสภาพถนนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย นาวารา มอบการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราเร่งความเร็วที่ดีขึ้นและการใช้งานที่คล่องตัว ด้วยโมโนเฟรมแชสซีส์ชิ้นเดียว จากโครงสร้างเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งและทนทานยิ่งขึ้นพร้อมการออกแบบที่ทันสมัย บึกบึนและแข็งแกร่ง

นิสสัน นาวารา รุ่นล่าสุด (MY19) ถือเป็นรถกระบะพันธุ์แกร่ง รุ่นที่ 12 ของนิสสัน  ที่มาพร้อมมาตรฐานใหม่ของความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีเหนือระดับ ที่เกิดจากประสบการณ์และชื่อเสียงที่สั่งสมมากกว่า 80 ปี ที่รถกระบะของนิสสันอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจต่างๆ อย่างมากมาย

นาวารา ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประสิทธิภาพการสร้างเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนและการลดน้ำหนักรวมของรถ การออกแบบภายนอกนั้นรวมถึงการลดความสูงของหลังคาและความสูงใต้ท้องรถที่สูงขึ้น อีกทั้งพื้นที่บรรทุกของที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรับน้ำหนักที่มากขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ YD25DDTi ของนาวารามีความโดดเด่นด้านอัตราการประหยัดน้ำมันและการปล่อยมลพิษที่ต่ำรวมถึงระบบเบรกควบคุมแบบไดนามิก แต่ยังคงไว้ซึ่งความทรงพลังและอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม จากระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลขนาดความจุ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที (ในรุ่น 4WD VL 7AT และ VL 6MT) นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ด้วยเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยมากมาย

นิสสัน นาวารา ใหม่ มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่งกำลังต่อเนื่องพร้อมโหมดการเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล ช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงความเร็วต่ำ แต่คงไว้ซึ่งอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม พร้อมกับอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในทุกความเร็ว และความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ สอดคล้องกับแนวคิดไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ ‘ลุยได้ทุกที่’ นาวารา (รุ่น VL-4WD) มาพร้อมกับระบบปรับการขับเคลื่อน 2 ล้อเป็น 4 ล้อ (Shift-on-the-fly 4-wheel Drive & 4LO) ที่ช่วยควบคุมขณะรถยนต์กำลังเคลื่อนที่ ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) ช่วยเพิ่มช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ 4 ล้อและความปลอดภัย รวมถึงระบบป้องกันการลื่นไถล (4-wheel Active Brake Limited Slip)

สำหรับ นิสสัน นาวารา รุ่นล่าสุด มาพร้อมชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยของนิสสัน ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกการขับขี่ และเข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างแท้จริง รวมถึงกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor – AVM) ซึ่งให้มุมมองแบบ 360 องศาและบริเวณโดยรอบ จากกล้องสี่ตัวที่ติดตั้งอยู่รอบตัวรถ เทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายอื่น ๆ ได้แก่ เทคโนโลยีเบรกกันล้อล็อค (Anti-Lock Braking System – ABS) โครงสร้างนิรภัย (Body Reinforcement) ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก (Electronic Brake-Force Distribution – EBD) กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ท และ ช่องแอร์ปรับอากาศด้านหลัง

นอกจากนี้ นิสสัน นาวารา รุ่นใหม่ล่าสุด ยังบรรจุ เทคโนโลยีของ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างแท้จริง จาก Nissan Connect แอปพลิเคชันล้ำสมัยเชื่อมต่อรถยนต์เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay โดยระบบอินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะนี้ยังสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นทาง ช่องการขับขี่ การรายงานสภาพจราจร และตรวจสอบการขับขี่แบบประหยัดได้

ด้านการออกแบบภายในของนิสสัน นาวารา ทีมงานออกแบบของนิสสัน ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการออกแบบภายในรถกระบะ มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอการออกแบบที่แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก ในขณะที่ยังคงรักษาดีเอ็นเอการออกแบบที่โดดเด่นของนิสสันไว้ การออกแบบภายในของนาวารา แผงหน้าปัดดีไซน์หรู อีกทั้งเส้นสายที่ต่อเนื่องจากแผงคอนโซลกลางไปยังเส้นสายด้านข้างประตูรถ โดยคำนึงถึงการออกแบบในเชิงอรรถประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่าห้องโดยสารดูโปร่งสบาย

นวัตกรรมอื่น ๆ ได้แก่ พวงมาลัยดีไซน์พรีเมียม พร้อมกับการใช้วัสดุแบบอลูมิเนียมในการตกแต่งคอนโซลกลาง และงานเย็บตะเข็บเบาะหนังอันประณีต การเลือกใช้วัสดุและการเย็บลูกโซ่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความหรูหรา แผงหน้าปัดทรงสปอร์ตมีตัวเลือกที่อ่านง่ายพร้อมปุ่มควบคุมกลางขนาดใหญ่ อีกทั้งคุณสมบัติอื่นๆ มากมายที่สามารถควบคุมบนพวงมาลัยเพื่อความสะดวกในการใช้งานและปลอดภัยในขณะขับขี่ รวมถึงปุ่มควบคุมการแสดงผลหน้าจอ TFT ความละเอียดสูง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานเข็มทิศและสามารถใช้งานเข็มทิศ การนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย เครื่องเสียงและวิทยุ

Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive in rock road

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ มาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยขั้นสูง จากนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) สู่ลูกค้าในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะของนิสสัน เหล่านี้จะทำให้คุณ และ เอ็กซ์เทรล มีการขับขี่ที่มั่นใจ พร้อมสมรรถนะ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น

การปรับโฉมในครั้งนี้ เน้นที่รูปโฉมภายนอกใหม่ มีการปรับแต่งห้องโดยสารให้ดีขึ้น พร้อมเทคโนโลยีนิสสันอินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่ครบครัน

เอ็กซ์เทรล ใหม่ นี้ เป็นเจนเนอเรชันที่ 3 ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ โดยนับแต่เจนเนอเรชันแรกที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2543 จนมาถึงรุ่นล่าสุดในปัจจุบัน องค์ประกอบทั้งหมดรวมถึงการออกแบบ มีความเป็นพลวัต และให้ประสิทธิภาพการขับขี่อย่างยอดเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้เป็นรถยนต์ยอดนิยมที่ขายดีที่สุดของนิสสันอีกรุ่นหนึ่ง รวมถึงการเป็นรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวีที่ขายดีที่สุดในโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 อีกด้วย

ดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ในแบบคุณ

รถเอสยูวีเจนเนอเรชันที่ 3 ของนิสสัน สะท้อนความเป็นผู้นำในเรื่องการออกแบบในระดับโลก รวมถึงการสร้างความโดนเด่นให้กับแบรนด์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการออกแบบรูปลักษณ์ที่มีความแข็งแกร่ง จากเส้นสายของงานดีไซน์ที่ทำให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น อาทิ ซุ้มล้อขนาดใหญ่ และความโค้งมนที่สง่างามบนฝากระโปรง คุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้อยู่ในการการปรับโฉมในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความโดดเด่นและแข็งแกร่ง และกระจังหน้ารูปตัววีใหม่ที่มีสไตล์มากขึ้น

  • เอ็กซ์เทรล ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและดูคล่องแคล่วกว่าเดิม ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปโฉมภายนอกใหม่ ตั้งแต่ด้านหน้ากับกระจังหน้ารูปตัววี หรือ “V-motion” อันเป็นสัญลักษณ์การออกแบบของนิสสัน พร้อมทั้งไฟตัดหมอก กันชน และไฟแอลอีดี เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์
  • ปรับกันชนด้านหลังใหม่ ให้โค้งรับและเข้ากันกับไฟท้ายทรงบูมเมอแรง รวมถึงบานจับประตูด้านข้างแบบเคลือบโครเมียม
  • ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น 5VL 4WD เสริมให้เอ็กซ์เทรล ใหม่นี้ดูโดดเด่นและหรูหรา
  • เอ็กซ์เทรล ใหม่ มาพร้อมกับสีใหม่ ได้แก่ สีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange)

สัมผัสอีกขั้นความพรีเมียม เหนือระดับ

  • ห้องโดยสารของนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ เป็นที่นั่งในรูปแบบ 5+2 ที่นั่ง (ในรุ่น 2.5 ลิตร) และห้าที่นั่ง (ในรุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร) โดยเอ็กซ์เทรล มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและถูกออกแบบมาเพื่อเสริมตำแหน่งทางการตลาดรถยนต์สำหรับการผจญภัยของครอบครัว
  • ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรีสะดวกทุกการเดินทาง ทั้งบรรทุกของหรือการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง แม้กระทั่งการท่องเที่ยวที่ต้องพกอุปกรณ์และกระเป๋าเดินทางหลาย ๆ ชิ้น
  • รางหลังคาและพาโนรามิกซันรูฟ เอกลักษณ์ของเอ็กซ์เทรล ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศภายนอกได้มากกว่าเดิมผ่านกระจกที่กว้างขึ้น (มีให้เลือกในรถยนต์บางรุ่น)
  • พวงมาลัยใหม่ แบบ D-Shaped รูปทรงสปอร์ต และภายในที่ให้ความรู้สึกสบายและพื้นที่ที่มากกว่า รวมถึงพนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ในแบบ5+2 ที่นั่ง
  • ที่นั่งแถว 2 สามารถแยกพับได้ 60:40 และที่นั่งแถว 3 แบบ 50:50 สามารถพับเก็บได้อย่างสมบูรณ์
  • สะดวกยิ่งขึ้นและปรับแต่งเพื่อให้คุณมีพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มขึ้น มีพื้นที่วางขามากขึ้น
  • ระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่ แบบ A-IVI เพิ่มสไตล์และความหรูหรา

เทคโนโลยีความปลอดภัย จากนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ เป็นรถเอสยูวีอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัย ภายใต้เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการขับขี่ มีการป้องกันและลดความเสี่ยง จากการเกิดอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล้ำสมัยใน นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ประกอบด้วย:

  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ หรือ Intelligent Cruise Control (ICC)

ระบบจะควบคุมความเร็วที่สั่งการได้อัตโนมัติ ในสถานการณ์ที่มีรถอยู่ข้างหน้า ระบบสามารถชะลอรถตามความเร็วของรถคันหน้าและรักษาระยะห่างระหว่างรถตามที่ปรับไว้ได้เองโดยอัตโนมัติ เมื่อสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ ระบบจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติ กลับไปสู่ความเร็วที่ผู้ขับได้ตั้งไว้

  • เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย หรือ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

ระบบเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

  • เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ หรือ Intelligent Forward Collision Warning (FCW)

เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าหากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า ระบบจะส่งสัญญาณ และเสียงเตือน

  • เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ หรือ Intelligent Emergency Braking (IEB)

ทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ โดยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็ว ด้วยกล้องด้านหน้าแล้วช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถ บรรเทาอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนรถยนต์ด้านหน้า

  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Lane Departure Warning (LDW)

เทคโนโลยีนี้จะแจ้งเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์บนหน้าปัทม์ เมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องจราจร ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุจากการไถลออกด้านข้าง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา หรือ Blind Spot Intervention (BSW)

เมื่อมีรถยนต์อยู่ในจุดอับสายตา ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นด้วยระบบเตือนอัจฉริยะนี้จะทำให้ทุกการขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ที่ต้องการเปลี่ยนช่องทางขับขี่ ทันทีที่สัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิด ระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกะพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าขณะนั้นกำลังมีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับขี่ด้านข้างซึ่งผู้ขับไม่สามารถมองเห็น

  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (iAVM)

ระบบอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นภาพพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 ชุดรอบคันกล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และนำไปประมวลผล จากนั้นแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอวิทยุ และยังทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ด้านหน้าและด้านหลังของ ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD)

  • เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD)

ทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญานเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ เทคโนโลยีอัจฉริยะนี้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย และให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างคล่องตัว

  • นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ ยังพร้อมสรรพด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ได้แก่ เทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Asisst: HBA) ระบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างยามค่ำคืนอย่างเหมาะสมและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ หลักการทำงานของระบบจะมีกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ ตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรถที่สวนทาง ช่วยปรับวิสัยทัศน์ขณะขับขี่ในเวลากลางคืนให้สว่างและปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยไม่รบกวนรถคันอื่น เทคโนโลยีอื่นๆ ที่ได้รับการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ในทุกรุ่น ได้แก่ ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ง (Active Engine Brake: AEB) ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (Active Ride Control: ARC) ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Active Trace Control: ATC) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (Active Brake Limited Slip: ABLS) และถุงลม 6 จุด ได้แก่ ถุงลม SRS คู่หน้า ถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง

สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า มอบความมั่นใจและพลังของการขับขี่

เอ็กซ์เทรล ใหม่ มีเครื่องยนต์ให้เลือก ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และ เครื่องยนต์แบบไฮบริด โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม ระบบ manual mode 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ดีกว่าแม้ในย่านความเร็วต่ำและยังให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเยี่ยม

สำหรับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงที่ 233 นิวตันเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์แบบไฮบริดขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงที่ 200 นิวตันเมตร พร้อมกำลังเสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงม้าสูงสุด 41 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะของนิสสัน ยังให้การขับขี่ที่มั่นใจและมีสมรรถนะยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมได้อย่างมั่นคง ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโรเตอร์สวิตช์ (4x4i with roter switch) ของนิสสัน เอ็กซ์เทรล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุด

รายละเอียดทางเทคนิค รุ่น สี และราคาจำหน่าย

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ มีความยาว 4,690 มม. ความกว้าง 1,820 มม. และ 1,740 มม. มีระยะฐานล้อ 2,705 มม. ในขณะที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 210 มิลลิเมตร มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร จากระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียน (Rack and Pinion)

เอ็กซ์เทรล ใหม่ มาพร้อมสีภายนอก 6 สีให้เลือก ได้แก่ สีแดง เรเดี้ยนเรด, สีดำ แบล็คสตาร์, สีขาว สตอร์มไวท์, สีเงิน บริลเลี่ยนซิลเวอร์, สีเทา ดีพไอริสเกรย์ และสีใหม่ สีส้ม โมนาร์ช และมีให้เลือก 5 รุ่น คือ

  • รุ่น 2.5S 2WD
  • รุ่น 2.5V 2WD
  • รุ่น 2.5VL 4WD
  • รุ่น 2.0V 4WD Hybrid
  • รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid
Nisson Go Anywhere in Malaysia Test Drive

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์  นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่   สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง   มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 170 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น  ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์  รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน  รถกระบะ และรถตู้

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด
นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2561 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.52 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.6 ล้านล้านเยน สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559  ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.76 ล้านคันในปี 2561

You may like